ชีวิตผกผันเป็นเรื่องเกิดขึ้นจริงๆ เหมือนหลายๆคนที่รู้จักก็เคยเกิดเรื่องของชีวิตที่ผักผัน มันเปลี่ยนหน้าตาตัวเองหรือแนวคิดตัวเองจากหน้ามือเป็นหลังมือ การย้ำเตือนตัวเองว่าสักวันหนึ่งมันจะเกิดขึ้นกับตัวเองให้ตัวเองพึ่งระวังเอาไว้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว. เมื่อถึงจุดหนึ่งของชีวิตที่หลายอย่างไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง มันก็เหมือนความรู้สึกและเหตุผลที่อยากให้มันเกิดขึ้น จมหายไปต่อหน้าต่อตา แม้จะเก็บความรู้สึกไว้มากสักเท่าไร สายธารของคาดหวังที่มันพังไปต่อหน้า ก็กระดังเข้ามา ความเจ็บปวดที่กัดกร่อนทำหน้าที่ของมันตามความคาดหวังอย่างที่เคยคิด และอยากจะให้เป็น การมองโลกในแง่ดีเพื่อให้ตัวเองออกจากสิ่งที่จมนั้นเหมือนกับการกล่อมตัวเองให้รอดพ้นจากแรงสายธารของความคาดหวัง มันเป็นอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก การมองโลกในแง่ดีแล้วไม่เป็นอย่างที่คาดหวังเราจะเจ็บปวด มันก็ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทีเดียว มองโลกในแง่ร้ายก็ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นมาเมื่ออดีตมันผ่านพ้นไปแล้ว
เมื่อไรก็ตามที่ความคาดหวังพังลงนั้นเกิดขึ้นอีก ผมก็กลับมามองตัวเองถึงสิ่งที่ทำผิดพลาดไปแล้วขอร้องให้สิ่งเหล่านั้นไหลย้อนกลับมา ทั้งที่ความจริงแล้วมีโอกาสเพียงครั้งเดียว.
อะไรหลายอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวังมันจะพังไปตรงหน้า เราจะมองโลกด้านเดียว มันเป็นไปไม่ได้ หากหันหน้าคุยกันแล้วเส้นทางที่ตกลงกันนั้นทำให้อีกฝ่ายต้องเสียใจ มันก็เจ็บใจด้วยกันทั้งนั้น. คนเรามีทางต้องเดินต่อไปข้างหน้า ความทรงจำที่โกธรแค้นไม่ได้ช่วยให้เราก้าวไปได้อย่างมีความสุข เพราะความเจ็บปวดมันเกิดขึ้นทุกครั้งที่โกธรแค้น อย่าให้ชีวิตเราต้องติดกับสิ่งนี้ แม้จะต้องเดินไปข้างหน้า แต่อย่าลืมเงาแห่งอดีต มันต้องเข้าใจวา่อะไรเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร การอยู่อย่างเข้าใจทำให้มองเห็นอะไรในอีกมุมมองหนึ่ง ถึงมันจะแย่ แต่อย่างน้อยเราก็เข้าใจเพียงแต่มันแก้ไขไม่ได้ เพราะตัวแปรเหล่านั้นไม่ใชตัวแปรที่เราควบคุมได้ หากเป็นอนาคตที่คาดหวังมันก็เป็นตัวแปรที่ยากจะควบคุม.
ถ้าวันไหนที่หัวใจตัวเองล้มเหลวลงไป ก็กล่อมใจตัวเองว่าอดีตคือสิ่งที่สอน การก้าวต่อไปคือสิ่งที่ขอให้เกิดขึ้น
หากถามว่าอะไรคือสิ่งสุดท้ายที่จะขอให้เหลืออยู่ แม้จะมีตำหนิในสิ่งนั้น ก็ขอให้ก้าวต่อไป.

